• Your Big Data and social media solution partner

ตั้งแต่กระแส Hamburger crisis จากปีที่ผ่านมาจนถึงปลายปี 2009 คงไม่มีใครปฏิเสษว่า มากหรือน้อยก็ยังกระทบต่อเศรษฐกิจภาพรวมในบ้านเรา โดยเฉพาะช่วงกระแส Lahman Brothers, AIG และ GM ล้มที่ส่งผลกระทบด้านการลงทุนแบบมหภาค แบบนี้มาดูกันว่าในช่วงสภาวะเศรษฐกิจแบบนี้ เทคโนโลยีจะช่วงให้องค์กรของคุณได้อย่างไร

Technology

1. ทำงานร่วมกันอย่างชาญฉลาด
แม้คำว่า Collaboration จะไม่คุ้นหูกับคนไทยมากนัก แต่การทำงานร่วมกันอย่างมีประสิทธิภาพช่วยลดปัญหา idle time หรือว่าลดเวลาที่พนักงานต้องทำงานซ้ำๆ ได้อย่างดีเยี่ยม นอกจากนี้การบริหารจัดการองค์กรเพื่อให้ติดต่อสื่อสารได้กันอย่างสะดวกยังช่วยให้ Work products/services ออกมาได้อย่างรวดเร็วและมีประสิทธิภาพอีกด้วย

2. ลดกระดาษ และงานเดินเอกสาร
วิธีนี้นอกจากจะเข้ากับกระแสนิยม Go green หรือลดปัญหาสิ่งแวดล้อม การนำเทคโนโลยีมาช่วยเปลี่ยนงานเดินเอกสารแบบพิมพ์ เดิน เซ็นต์อนุมัติ เฉกเช่นยุคคุณปู่ที่อาจจะใช้เวลาถึง 2-3 วัน กลับกลายเป็นเรื่องที่เสร็จได้ภายใน 30 นาที รูปแบบดังกล่าวนี้มีผลิตภัฑณ์มากมายในตลาดกลุ่มจำพวกเดียวกับ Collaboration Software หรือที่เรียกเจาะจงว่า Workflow Management ที่สรรค์สร้างขึ้นมาเพื่อทำงานในรูปแบบนี้โดยเฉพาะ

3. เข้าถึงทุกความรู้ในองค์กร แล้วคุณจะรู้ว่าสิ่งที่คุณหาอยู่ในมือคุณนั่นเอง
ผลวิจัยของ IDC กล่าวไว้ว่า บุคลากรในองค์กรที่ทำงานเกี่ยวกับข้อมูลทางธุรกิจ ใช้เวลาในการหาข้อมูลจากเอกสารมากกว่า 8.5 ชั่วโมงต่อสัปดาห์ ซึ่งหากเทียบกับเวลาทำงานทั้งสัปดาห์จะได้เทียบเท่ากับวันทั้งวันใน 1 สัปดาห์เลยทีเดียว เวลาดังกล่าวนี้กับพนักงานทั้งหมดในองค์กร คุณมั่นใจเพียงใดว่า พวกเขาใช้ไปกับผลงานที่ได้มาอย่างมีประสิทธิภาพมากที่สุด หรือเค้าอาจจะใช้เพียง 2 ชั่วโมง หากองค์กรของคุณมีการทำเทคโนโลยีที่ดีที่สุด และนำมาใช้ได้อย่างถูกต้อง

4. รู้จักกับ VoIP และ Video Conference สำหรับการสื่อสารทางไกล
อีกหนึ่งวิธีคลาสสิคที่ช่วยลดค่าใช้จ่ายในการติดต่อสื่อสาร ทั้งระหว่างสาขา และกับบุคคลภายนอกองค์กร การนำเทคโนโลยี Voice Over IP หรือ VoIP มาใช้เพื่อลดค่าใช้จ่ายดังกล่าวด้วยการเปลี่ยนรูปแบบโทรศัพท์แบบเดิมๆ มาสื่อสารผ่านอินเตอร์เน็ต ไม่ว่าจะเป็นการติดต่อสื่อสารผ่านโปรแกรมสำเร็จรูปอย่าง Skype หรือการติดตั้ง VoIP เองในองค์กรที่สามารถรวมเบอร์โทรศัพท์โทรออกของทั้งองค์กร เพื่อโทรผ่าน VoIP
หรือจะใช้ Video Conference แทนการเดินทางไปประชุมที่ต้องมีทั้งค่าเดินทาง ค่าที่พักที่จะเกิดขึ้น ซึ่งระบบ Video Conference แบบภาพชัดเสียงแจ๋ว ก็มีให้เลือกกันมากมายในท้องตลาดเช่นกัน

5. ส่งต่อเรื่องไอที ให้กับผู้เชี่ยวชาญ
วิธีการนี้อาจยังไม่เป็นที่แพร่หลายนักในประเทศไทย แต่ก็เป็นรูปแบบที่ประสบความสำเร็จและเป็นที่นิยมมากที่สุดทั้งในอเมริกา ยุโรป และเอเซียตะวันออกบางประเทศ อย่างญี่ปุ่น ฮ่องกง กับรูปแบบ IT Outsourcing นั่นเอง บริษัทผู้ผลิตหลายๆ บริษัทก็นำโมเดลของการ Outsource มาใช้กับงานผลิตของตัวเองที่ผลิตเฉพาะส่วนที่ตัวเองถนัด แต่ส่วนประกอบอื่นๆ ก็จ้างบริษัทที่ผลิตส่วนนั้นๆ ทำไป ด้วยเหตุผลที่ลดค่าใช้จ่าย ไม่ต้องจ้างงาน อีกทั้งยังช่วยให้พนักงานได้โพกัสไปยังจุดมุ่งหมายของตัวเอง
แต่สำหรับเรื่อง IT ที่หลายๆ บริษัทยังจ้าง Helpdesk webmaster หรือพนักงานดูแลด้านคอมพิวเตอร์ ที่มี Idle time สูงเป็นอันดับต้นๆ หากเทียบจากพนักงานทั้งหมด ทั้งยังมีค่าใช้จ่ายสำหรับพนักงาน Turn over ที่ค่อนข้างสูง และยังพบปัญหาการดูแลที่ยากกว่าพนักงานทั่วไปที่เราเข้าใจว่าเค้าทำอะไรอีก
ปัญหาดังกล่าวนี้หากย้อนมองกลับไปจะเห็นว่า การจ้าง IT Outsourcing ให้ดูแลในส่วนที่เค้าถนัด และเราทำในส่วนที่เราถนัด จะมีอัตรา ROI ดีกว่าทั้งในระยะสั้นและระยะยาว